Occupational Check up Center
88/8-9, Theparak Rd. Km.14.5, Tumbon Bangpla, Amper Bangplee, Samutprakarn, 10540
จันทร์ - อาทิตย์ 8.00 – 17.00 น.
020332900
ต่อ 3334/ 3347
0 2033 2900
ext. 3332, 3346Monday - Sunday:
07:00 am to 19:00 pm
For more information
Medical Specialist
Health Blogs
e8c74588-2363-4020-9ab9-d487d5037e38
Frequently Answered Questions
หน่วย Mobile checkup
ความดันโลหิต
ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 6 ชั่วโมง ก่อนรับการตรวจสุขภาพ หากอดนอนจะทำให้ ผลการตรวจผิดปกติ โดยเฉพาะความดันโลหิต การเต้นของหัวใจ อุณหภูมิของร่างกาย (ค่าปกติของระดับความดันโลหิต คือ <=140/<=90 mmHg)
ประโยชน์ของการวัดความดันโลหิต
ภาวะความดันโลหิตสูงมักไม่มีอาการบ่งบอก ผู้ป่วยอาจไม่เคยรู้ตัวจนกระทั่งได้รับการตรวจ ความดันโลหิตเบื้องต้น การตรวจพบภาวะความดันโลหิตสูงและรับการรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ สามารถป้องกันการเกิดโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคไตเรื้อรัง รวมถึงโรคต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับตาได้
การเตรียมความพร้อม
- การวัดความดันโลหิตด้วยตนเองอาจต้องทำในที่เงียบ ๆ หากจำเป็นต้องฟังเสียงหัวใจด้วย
- ควรปัสสาวะให้เรียบร้อยก่อน เพราะการปวดปัสสาวะอาจส่งผลต่อค่าระดับความดันโลหิต
- หากมีการสูบบุหรี่หรือการดื่มกาแฟและเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนควรนั่งพักก่อนวัดความดันอย่างน้อย
30 นาที - พับแขนเสื้อขึ้น หากสวมเสื้อคลุมแขนยาวควรถอดออกก่อน
- นั่งพักบนเก้าอี้ก่อนวัดความดัน 5-10 นาที หลังพิงพนักเก้าอี้ วางฝ่ามือและแขนแนบกับโต๊ะ โดยไม่ต้องกำมือ และให้เท้าสองข้างวางราบกับพื้น
เจาะเลือด
การตรวจเลือด สำคัญและจำเป็นในการดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะการตรวจเลือด เพื่อหาโรคติดต่อ เช่น โรคเอดส์ โรคซิฟิลิส โรคเบาหวาน เป็นต้น การตรวจเลือด ทำให้เราได้ป้องกันและรักษาได้ทันท่วงที โดยเฉพาะโรคแฝงที่ไม่ได้แสดงอาการในระยะแรก เราจึงควรได้รับการตรวจเลือดอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
เพราะการตรวจเลือดนั้นช่วยให้ทราบสาเหตุการเกิดโรคต่าง ๆ ได้ เช่น การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (Complete Blood Count หรือ CBC), การตรวจระดับน้ำตาลในเลือด (FBS), การตรวจหาระดับไขมัน, การตรวจการทำงานของตับ และการตรวจการทำงานของไต ดังนี้
1. การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (Complete Blood Count หรือ CBC)
ประโยชน์ของการตรวจความสมบูรณ์ของเลือด
- ใช้เพื่อประกอบการวินิจฉัยภาวะโลหิตจางแบบต่าง ๆ
- ใช้ตรวจความผิดปกติหรือความบกพร่องใด ๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับรูปร่าง ขนาด และจำนวนของเซลล์เม็ดเลือด เช่น โรคธาลัสซีเมีย (Thalassemia) การตรวจหา CBC ย่อมทำให้ทราบก่อนวิธีอื่น
- ใช้ตรวจหาการเปลี่ยนแปลงของเซลล์เม็ดเลือดในกรณีที่ได้รับสารกัมมันตรังสี
- ใช้ติดตามการรักษาในกรณีร่างกายได้รับยาเช่น เคมีบำบัด (chemotherapy)
- เพื่อสรุปว่าเซลล์เม็ดเลือดอาจใช้เป็นตัวบ่งชี้ถึงความปกติของร่างกายได้ส่วนหนึ่ง
2. การตรวจระดับน้ำตาลในเลือด (Fasting Blood Sugar หรือ FBS)
การเจาะเลือดเพื่อตรวจหาค่าระดับน้ำตาลในเลือดหลังการงดอาหารและเครื่องดื่มทุกชนิดมาแล้วอย่างน้อย 8 ชั่วโมง (แต่ดื่มน้ำเปล่าได้) ทั้งนี้เพื่อใช้เป็นข้อมูลบ่งชี้ปริมาณของกลูโคสในกระแสเลือด ณ ขณะนั้นอยู่ในระดับปกติ ต่ำกว่าปกติ หรือสูงกว่าปกติ การตรวจนี้จึงเป็นการตรวจที่ช่วยคัดกรองและวินิจฉัยผู้ที่มีอาการแสดงหรือมีปัจจัยเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานได้ (ค่าปกติ = 70-110 mg/dl)
ประโยชน์ของการตรวจระดับน้ำตาลในเลือด
- เพื่อใช้ในการคัดกรองและวินิจฉัยผู้ที่มีอาการแสดงหรือมีปัจจัยเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน
- เพื่อใช้ติดตามระดับน้ำตาลในเลือดเพื่อประเมินผลการรักษา
- เพื่อตรวจป้องกันระดับน้ำตาลในเลือดต่ำหรือสูงเกินไปในผู้ป่วยเบาหวาน
- การตรวจหาระดับไขมันในเลือด
การตรวจเพื่อให้ทราบค่าของระดับไขมันทุกตัวในกระแสเลือด เพราะการได้ทราบค่าระดับไขมันที่ผิดปกติตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่าง ๆ ซึ่งการตรวจจะประกอบไปด้วยการวัดค่าระดับไขมัน Total cholesterol, Triglycerides, HDL และ LDL
ประโยชน์ของการตรวจวัดไขมันชนิดต่าง ๆ
- Total cholesterol เพื่อให้ทราบว่าสารคล้ายไขมัน (คอเลสเตอรอล) ซึ่งไหลเวียนอยู่ในเลือดว่ามีบทบาทในการมีส่วนร่วมทำให้หลอดเลือดอุดตันทั้งที่หัวใจ สมอง และที่อื่น ๆ ของร่างกาย และมีค่าอยู่ในระดับต่ำหรือสูงกว่าเกณฑ์ปกติหรือไม่ (ค่าปกติ = 140-220 mg/dl)
- Triglycerides เพื่อให้ทราบว่าไตรกลีเซอไรด์ซึ่งเป็นไขมันที่แท้จริงในกระแสเลือดนั้นมีค่าอยู่ในระดับใดโดยระดับที่สูงกว่าเกณฑ์ปกติ ต้องลดน้ำหนักร่างกาย เลือกรับประทานอาหารไขมันดี และหลีกเลี่ยงไขมันเลว หรือต้องลดหรืองดการดื่มแอลกอฮอล์ (ค่าปกติ = <150 mg/dl)
- HDL เพื่อให้ทราบค่าคอเลสเตอรอลชนิดดีว่ามีค่ามากหรือน้อยเพียงใด (ค่าปกติ = >35 mg/dl)
- LDL เพื่อให้ทราบค่าคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีนั้นว่ามีค่ามากหรือน้อยเพียงใด (ค่าปกติ = <100 mg/dl)
4. การตรวจการทำงานของตับ
การตรวจทางเคมีคลินิกในเลือดภายในห้องปฏิบัติการทางการแพทย์เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่เกี่ยวกับสถานะของตับของผู้รับการตรวจ โดยการตรวจการทำงานของตับมาตรฐานมักจะประกอบไปด้วย การตรวจ Albumin, Total bilirubin, AST (SGOT), ALT (SGPT) และ ALP (Alkaline phosphatase) ดังนี้
- Albumin คือ การตรวจเพื่อให้ทราบค่าโปรตีนในกระแสเลือดชนิดอัลบูมินว่าอยู่ในระดับปกติหรือไม่
ช่วยบ่งชี้ว่ามีโรคตับหรือโรคไตในร่างกาย (ค่าปกติ = 3.8-5.0 g/dl) - Total bilirubin คือ การตรวจเพื่อให้ทราบค่าบิลิรูบินทั้งหมดมีค่าสูงหรือต่ำกว่าค่าปกติเพียงใด ซึ่งค่าที่ผิดปกติเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงการเกิดโรคของตับ รวมทั้งอวัยวะอื่น ๆ (ค่าปกติ = 0.5-1.5 mg/dl)
- AST (SGOT) คือ การตรวจสุขภาพของตับในขณะนั้น ตรวจยืนยันข้อสงสัยโรคตับ หรือตรวจเพื่อติดตามการรักษาหากเกิดโรคตับ หรือมีการรักษาอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว (ค่าปกติ = 0-40 U/L)
- ALT (SGPT) คือ ตรวจในรายที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคตับ เพื่อเฝ้าระวังความเสียหายที่เกิดขึ้น
ต่อตับ หรือการตรวจระดับโรคตับในขณะนั้น (ค่าปกติ = 0-40 U/L) - ALP (Alkaline phosphatase) คือ การตรวจช่วยให้ทราบภาวะความผิดปกติของตับและกระดูก
โรคเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์ โรคเกี่ยวกับท่อน้ำดี รวมทั้งเป็นสารบ่งชี้มะเร็งด้วย (ค่าปกติ = 40-129 U/L)
5. การตรวจการทำงานของไต
การตรวจดูสมรรถภาพการทำงานของไตได้จากการตรวจเลือดและการตรวจปัสสาวะ เพื่อดูความสามารถในการกรองของเสียออกจากเลือดของไต จะประกอบไปด้วยการตรวจ BUN และ Creatinine ดังนี้
- BUN คือ การตรวจเมื่อแพทย์สงสัยว่าเป็นโรคไต เพื่อดูการทำงานของไตหากเป็นอยู่ก่อนแล้วว่าไตฟื้นตัวได้ดีเพียงใด และตรวจสอบอาการขาดน้ำ (Dehydration) (ค่าปกติ = 5-20 mg/dl)
- Creatinine คือ การตรวจเพื่อเป็นข้อมูลในการบ่งชี้เบื้องต้นของอาการร้ายแรงที่เกิดขึ้นต่อไต และตรวจเพื่อให้ทราบถึงการทำหน้าที่ของไต หรือกลั่นกรองในผู้ป่วยที่ได้รับยาว่าไตเสียหายมากน้อยเพียงใด (ค่าปกติ = 0.5-1.5 mg/dl)
ตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B Virus หรือ HBV)
ไวรัสตับอักเสบบีเป็นไวรัสชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด และเป็นไวรัสที่มีความรุนแรงมาก ซึ่งเป็นสาเหตุ
ที่นำไปสู่อาการตับแข็ง เกิดเป็นแผลถาวรที่ตับ กลายเป็นตับวายและโรคมะเร็งตับในที่สุด ไวรัสตับอักเสบบีเป็นไวรัสที่สามารถติดต่อได้ทางเลือด สารคัดหลั่ง การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน การมีเพศสัมพันธ์ และสามารถติดต่อ
จากแม่สู่ลูกขณะตั้งครรภ์ ในบางกรณีเชื้ออาจจะอยู่นิ่งเป็นปีๆ โดยผู้ที่มีเชื้อไม่ทราบว่าตนเองมีเชื้ออยู่ในร่างกาย เชื้อนี้สามารถแบ่งตัวได้อย่างรวดเร็วในเซลล์ตับ ซึ่งหากตรวจพบแต่เนิ่น ๆ จะทำให้ได้รับการรักษาที่เร็วขึ้นและลดการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่น
การตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B surface Antigen หรือ HBsAg)
เป็นโปรตีนที่อยู่บนผิวของเชื้อไวรัสตับอักเสบบี HBV จะพบโปรตีนนี้ในปริมาณที่ค่อนสูงสูงในผู้ป่วยที่เป็นไวรัสตับอักเสบเฉียบพลัน หรือเป็นโรคตับอักเสบเรื้อรัง การพบโปรตีนนี้จะบ่งบอกว่าผู้นั้นยังสามารถแพร่สู่ผู้อื่นได้
การตรวจหาภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B surface antibody หรือ anti-HBs)
การตรวจพบภูมิต่อเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี ร่างกายสร้างภูมิต่อเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี ซึ่งแสดงว่าร่างกายเริ่มจะหายจากโรคตับอักเสบ การพบภูมิต่อไวรัสตับอักเสบ บี ยังพบได้ในผู้ป่วยที่ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ
ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram หรือ EKG)
การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ EKG หรือ (Electrocardiogram) คือการตรวจความสมบูรณ์ของการทำงานไฟฟ้าหัวใจ เพื่อตรวจหาความผิดปกติ ที่อาจจะเกิดขึ้น หรือได้เกิดขึ้นไปแล้ว ซึ่งการตรวจหัวใจแบบ EKG นั้นสามารถนำไปเป็นส่วนหนึ่งในการวินิจฉัยโรคต่าง ๆ ที่มีผลต่อหัวใจได้ เช่น โรคหัวใจ เพราะมีผลกระทบ
ต่อการดำเนินชีวิตค่อนข้างมาก ดังนั้นการตรวจ EKG จึงเป็นทางเลือกที่ดี เพื่อให้มั่นใจว่าการทำงานของหัวใจยังปกติ อีกทั้งขั้นตอนของการตรวจยังสามารถทำได้ง่าย ไม่ซับซ้อน และไม่จำเป็นต้องนั่งรอผลตรวจนาน
การตรวจปริมาณไขมันในร่างกาย (Body Fat)
การทราบปริมาณไขมันในร่างกาย จะช่วยให้ตั้งเป้าหมายในการควบคุมน้ำหนักได้ดียิ่งขึ้น ทั้งปัจจัยต่างๆ การควบคุมอาหาร กิจกรรมในแต่ละวัน และการจัดโปรแกรมออกกำลังกายให้เหมาะสม โดยปกติ ควรจะวัดเปอร์เซนต์ไขมันเป็นระยะๆ ความถี่ สัปดาห์ละครั้ง หรือ เดือนละครั้ง เพื่อติดตามผลความคืบหน้าในการออกกำลังกาย และจัดโปรแกรมการรับประทานอาหารให้ได้ปริมาณพลังงานและไขมันที่เหมาะสม
88/8-9 ถนนเทพารักษ์ กม. 14.5 ตำบลบางปลา อำเภอบางปลี จ.สมุทรปราการ 10540
จันทร์ - อาทิตย์ 8.00 – 17.00 น.
020332900
ต่อ 3334/ 3347
020332900
ต่อ 3334/ 334788/8-9 ถนนเทพารักษ์ กม. 14.5 ตำบลบางปลา อำเภอบางปลี จ.สมุทรปราการ 10540
จันทร์ - อาทิตย์ 8.00 – 17.00 น.
Chularat 11 International Hospital
เราบริการด้วยคุณภาพตามความต้องการ ภายใต้บรรยากาศการที่อบอุ่น
โดยมีเป้าหมายการบริการที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้มาใช้บริการ มีความพึงพอใจสูงสุด
Chularat 11 International Hospital
เราบริการด้วยคุณภาพตามความต้องการ ภายใต้บรรยากาศการที่อบอุ่น
โดยมีเป้าหมายการบริการที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้มาใช้บริการ มีความพึงพอใจสูงสุด
If you have any questions or wish to contact staff
Hospital Address
185 M.1, BangnaTrad Rd. Km.42,
District Bangwua, Bangpakong,
Chacheoungsao, 24130